หน้าแรก › บทความ

การวางแผนรับมือกับรายจ่ายต้องห้าม

ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล รายจ่ายบางรายการแม้จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในบัญชีแล้ว แต่ทางภาษีไม่ยอมให้นำมาหัก เรียกว่า “รายจ่ายต้องห้าม” ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และต้องบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50

ประเด็นที่โต้แย้งกันบ่อยที่สุด

มาตรา 65 ตรี (13) กำหนดว่ารายจ่ายที่ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ห้ามนำมาหัก ปัญหาคือผู้ประกอบการมักมองว่าทุกรายจ่ายก็จ่ายเพื่อกิจการ ขณะที่เจ้าพนักงานประเมินอาจมองว่าไม่จำเป็น หรือจ่ายมากเกินไป และเพราะแต่ละธุรกิจมีความจำเป็นต่างกัน จึงไม่มีเส้นแบ่งตายตัว เช่น บางธุรกิจจำเป็นต้องใช้งบโฆษณาสูงเพื่อสร้างรายได้

รายจ่ายที่หักได้ตามปกติ

รายจ่ายที่จ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยตรงหักได้ เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่าใช้จ่ายในการขายและส่งเสริมการขาย ค่าตอบแทนกรรมการ ค่าเดินทางและที่พัก ค่าขนส่ง ค่าซ่อมแซม ค่านายหน้า ค่าโฆษณา ค่าทำบัญชีและสอบบัญชี และค่าที่ปรึกษา

เมื่อรายจ่ายปกติกลายเป็นรายจ่ายต้องห้าม

รายจ่ายที่เกี่ยวกับกิจการก็ยังถูกตัดได้หากจ่ายเกินสมควร ความสมควรขึ้นอยู่กับลักษณะรายจ่าย หลักเกณฑ์การจ่าย ผู้รับ เหตุผลความจำเป็น และหลักฐาน รายจ่ายที่จำเป็นในสถานการณ์หนึ่งอาจไม่จำเป็นในอีกสถานการณ์

ตัวอย่างที่เจ้าพนักงานมักตัดรายจ่าย เช่น เงินเดือนที่สูงผิดปกติ หรือค่าตอบแทนกรรมการที่จ่ายเพิ่มจากปกติโดยตั้งชื่อเรียกอื่น เช่น “Management Fee” เป็นจำนวนสูง

นอกจากนี้ รายจ่ายบางประเภทเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามข้ออื่นของมาตรา 65 ตรี แม้จะจ่ายเพื่อกิจการ เช่น ค่ารับรองส่วนที่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และภาษีมูลค่าเพิ่มที่กิจการชำระในแต่ละเดือน

วางแผนอย่างไรไม่ให้ถูกตัดรายจ่าย

กิจการรู้ดีที่สุดว่าจ่ายเท่าไรจึงสมควรกับธุรกิจ เมื่อถูกสอบถาม ต้องชี้แจงได้ว่าจ่ายไปเพื่ออะไร ได้ประโยชน์อย่างไร และถ้าไม่จ่ายจะเสียโอกาสอย่างไร หากตอบไม่ได้ รายจ่ายนั้นมีโอกาสถูกตัด

ก่อนบันทึกรายจ่ายแต่ละรายการ ลองตรวจด้วย 4 คำถามนี้

  • จ่ายตามข้อผูกพันหรือไม่ เช่น สัญญา ระเบียบสวัสดิการ ข้อตกลงนายจ้างลูกจ้าง หรือหน้าที่ตามกฎหมาย
  • จ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะหรือไม่
  • จำนวนที่จ่ายสมเหตุสมผล หรือเกินควร
  • มีหลักฐานระบุตัวผู้รับเงินได้หรือไม่

ถ้าตอบได้ครบ ความเสี่ยงเรื่องรายจ่ายต้องห้ามของรายการนั้นจะลดลงมาก ทั้งนี้กรมสรรพากรปรับปรุงกฎระเบียบอยู่เสมอ ควรติดตามหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นระยะ

อยากให้ทีมเอ พลัสช่วยดูเรื่องนี้ให้ธุรกิจคุณ?

ปรึกษาฟรี

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป กฎหมายและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจในกรณีของคุณ