หน้าแรก › บทความ

รู้ทันใบกำกับภาษีปลอม: ลักษณะและวิธีป้องกัน

ใบกำกับภาษีเป็นหลักฐานสำคัญที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มใช้ขอเครดิตภาษีซื้อหรือขอคืนภาษี หากนำใบกำกับภาษีที่ไม่ถูกต้องมาใช้ รัฐก็จัดเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควร และกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือใบกำกับภาษีปลอม ซึ่งกรมสรรพากรถือว่าเป็นการจงใจหลีกเลี่ยงภาษี

ปัญหาคือหลายธุรกิจไม่ได้ตั้งใจ แต่ได้รับใบกำกับภาษีปลอมมาโดยไม่รู้ตัว บทความนี้สรุปว่าโทษคืออะไร และควรป้องกันอย่างไร

โทษทางอาญาตามมาตรา 37

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 กรมสรรพากรประกาศว่าจะดำเนินคดีอาญากับการใช้ใบกำกับภาษีปลอมอย่างเคร่งครัด ไม่ผ่อนปรนให้เพียงเสียภาษีและค่าปรับแล้วจบเหมือนในอดีต

มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 200,000 บาท สำหรับผู้ที่เจตนาแจ้งข้อความเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง รวมถึงใช้อุบายหรือฉ้อโกงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือขอคืนภาษี

โทษนี้ใช้ได้ทั้งกับกิจการที่ใช้ใบกำกับภาษีปลอมและผู้ที่สนับสนุน รวมถึงสำนักงานบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งยังอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และถูกสภาวิชาชีพบัญชีลงโทษถึงขั้นเพิกถอนการขึ้นทะเบียนได้

“ไม่รู้” ใช้เป็นข้อแก้ตัวไม่ได้

มาตรา 89 (7) วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดว่า หากผู้ใช้ใบกำกับภาษีพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้ออก ให้ถือเป็นใบกำกับภาษีปลอม ดังนั้นการตรวจแค่ว่าคู่ค้าจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์และจด VAT ถูกต้องยังไม่พอ ผู้ประกอบการต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้ออกใบกำกับภาษีกับผู้ขายเป็นรายเดียวกัน และมีการซื้อขายและชำระเงินกันจริง

7 วิธีป้องกันใบกำกับภาษีปลอม

1. ประเมินความเสี่ยงของธุรกิจตัวเอง

ธุรกิจบางกลุ่มเสี่ยงสูงกว่า เช่น รับเหมาก่อสร้าง (โดยเฉพาะงานเหมาช่วงที่ให้ผู้รับจ้างจัดหาวัสดุเอง) ค้าวัสดุก่อสร้าง ซื้อมาขายไปพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ธุรกิจส่งออก และสิ่งทอหรือการ์เมนต์

2. ซื้อจากคู่ค้าที่รู้จัก

ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการที่ติดต่อกันเป็นประจำ และระวังผู้ขายขาจรที่เร่งรีบปิดการขาย

3. ตรวจหลักฐานให้ละเอียด

ตรวจใบกำกับภาษีและเอกสารการซื้อขายทุกครั้ง หากยังไม่มั่นใจ ขอดูใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ฉบับจริงของผู้ขาย และตรวจเลขประจำตัวผู้เสียภาษีกับระบบค้นหาผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร

4. ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ

ติดตามราคาตลาดอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการซื้อของที่ถูกกว่าตลาดมากโดยไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะเมื่อผู้ขายต้องการเงินสดทันทีและไม่ให้เครดิต

5. ตรวจสินค้าที่ได้รับ

เทียบรายการสินค้าที่ได้รับจริงกับใบกำกับภาษีและข้อตกลงซื้อขายว่าตรงกันทุกรายการ

6. ชำระเงินด้วยวิธีที่ตรวจสอบได้

ชำระด้วยการโอนเข้าบัญชีของผู้ขายโดยตรง หรือเช็คขีดคร่อมระบุชื่อผู้รับ (A/C Payee Only) เพื่อพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงิน และระวังผู้ขายที่ไม่ยอมรับการชำระแบบนี้

7. วางระเบียบตรวจรับใบกำกับภาษีซื้อ

กำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบในการตรวจรับใบกำกับภาษีซื้ออย่างเป็นระบบ พร้อมการควบคุมภายในที่ดี เพราะแม้เจ้าของกิจการจะสุจริต หากเกิดการทุจริตจากคนภายใน ก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับกรมสรรพากรไม่ได้

สรุป

ใบกำกับภาษีปลอมตรวจพบได้ไม่ง่าย แต่ป้องกันได้ถ้ามีระบบตรวจสอบที่ดี หากไม่แน่ใจเอกสารของคู่ค้า ควรปรึกษาทีมบัญชีก่อนนำมาใช้ขอเครดิตภาษี

อยากให้ทีมเอ พลัสช่วยดูเรื่องนี้ให้ธุรกิจคุณ?

ปรึกษาฟรี

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป กฎหมายและแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจในกรณีของคุณ